<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" >

<channel>
	<title>Self Development &#8211; Palagrit Consultant Co.,Ltd</title>
	<atom:link href="https://palagrit.co.th/category/self-development/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://palagrit.co.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 10 Feb 2025 09:40:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2023/01/logo-100x100-png.png?resize=32%2C32</url>
	<title>Self Development &#8211; Palagrit Consultant Co.,Ltd</title>
	<link>https://palagrit.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สติช่วยให้ทำงานดีขึ้นและมีความสุขได้อย่างไร</title>
		<link>https://palagrit.co.th/how-mindfulness-increase-productivity-happiness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Feb 2025 07:34:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Self Development]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://palagrit.co.th/?p=33253</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ความหลากหลายของข้อมูลและสิ่งรบกวนตามสื่อต่างๆได้เข้ามาสู่การรับรู้ของเราอย่างมากมาย ผลกระทบจากความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น คือ แนวโน้มของความเครียดที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆวินาที หลายครั้งในชีวิตเราจะพบกับช่วงเวลาที่เราต้องทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง หรือพบกับปัญหาที่ทำให้เราเกิดความวิตกกังวล การที่จิตใจของเราโฟกัสไปยังหลายเรื่องพร้อมกัน ความสามารถในการทำงานและประสิทธิภาพในการคิดของเราอาจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว เกิดอาการมึนงง ติดขัดในการแก้ปัญหาตรงหน้า ยิ่งเรานำเอาความวิตกกังวลเกี่ยวกับอดีตที่ฝังใจหรืออนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นมาผสมโรงเข้าไปด้วย เราก็จะยิ่งสับสนและหลงทางได้ง่าย คนที่เป็นผู้บริหารหรือผู้นำทีมงานที่ไม่ตระหนักรู้ถึงปรากฎการณ์เหล่านี้   แล้วรีบร้อนไปวางแผนสิ่งต่างๆเพื่อลบงมือแก้ไขปัญหาในขณะที่ยังขาดสติและขาดข้อมูลจากการมองสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจนไม่มีอคติ ผลลัพธ์ที่ตามมาก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์แก่องค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆได้อย่างเต็มที่ การฝึกสติ (Mindfulness) อย่างถูกวิธี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ความหลากหลายของข้อมูลและสิ่งรบกวนตามสื่อต่างๆได้เข้ามาสู่การรับรู้ของเราอย่างมากมาย ผลกระทบจากความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น คือ แนวโน้มของความเครียดที่จะเพิ่มขึ้นในทุกๆวินาที</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายครั้งในชีวิตเราจะพบกับช่วงเวลาที่เราต้องทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง หรือพบกับปัญหาที่ทำให้เราเกิดความวิตกกังวล การที่จิตใจของเราโฟกัสไปยังหลายเรื่องพร้อมกัน ความสามารถในการทำงานและประสิทธิภาพในการคิดของเราอาจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว เกิดอาการมึนงง ติดขัดในการแก้ปัญหาตรงหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งเรานำเอาความวิตกกังวลเกี่ยวกับอดีตที่ฝังใจหรืออนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นมาผสมโรงเข้าไปด้วย เราก็จะยิ่งสับสนและหลงทางได้ง่าย คนที่เป็นผู้บริหารหรือผู้นำทีมงานที่ไม่ตระหนักรู้ถึงปรากฎการณ์เหล่านี้  <br><br>แล้วรีบร้อนไปวางแผนสิ่งต่างๆเพื่อลบงมือแก้ไขปัญหาในขณะที่ยังขาดสติและขาดข้อมูลจากการมองสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจนไม่มีอคติ ผลลัพธ์ที่ตามมาก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์แก่องค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆได้อย่างเต็มที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">การฝึกสติ (Mindfulness) อย่างถูกวิธี จนกระทั่งเกิดเป็นสมาธิ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้สำหรับการทำงานในยุคนี้ หลายบริษัทชั้นนำทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย ได้เริ่มนำแนวปฏิบัติด้านการพัฒนาสติไปใช้จริง <br><br>ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมการทำงานของบุคลากรให้มีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม  โดยทาง PALAGRIT ได้สรุปความสำคัญของสติ ว่าช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพและมีความสุขได้อย่างไรไว้ดังนี้ </p>



<h2 class="wp-block-heading">ประโยชน์ของสติ (Mindfulness)</h2>




<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="500" height="500" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration.webp" alt="ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสมาธิ  (Increase efficiency and concentration)" class="wp-image-33260" title="สติช่วยให้ทำงานดีขึ้นและมีความสุขได้อย่างไร 1" srcset="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration.webp 500w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration-400x400.webp 400w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration.webp?w=100 100w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration.webp?w=200 200w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration.webp?w=300 300w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/increase-efficiency-and-concentration.webp?w=450 450w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">1.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสมาธิ (Increase efficiency and concentration)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลายครั้งที่เราพบว่าตนเองฟุ้งซ่านจากภารกิจต่าง ๆ จนไม่สามารถโฟกัสกับงานที่ทำอยู่ได้อย่างเต็มที่ การนำ<strong>เทคนิค Mindfulness</strong> มาใช้ สามารถช่วยให้เราหยุดพัก และปรับสภาพจิตใจให้มาที่ปัจจุบัน ช่วยให้รู้ตัวเมื่อเริ่มรู้สึกวอกแวก ทำให้เราสามารถกลับมาจดจ่อกับงานได้ดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การฝึกสมาธิและการเจริญสติมีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับสุขภาพสมอง และมีพื้นฐานมาจากพระพุทธศาสนา ซึ่งได้รับการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายพันปี  จนถึงยุคปัจจุบัน หลักการเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก <a href="https://palagrit.co.th/in-house-training/mindfulness-at-work-course/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>หลักสูตร Mindfulness</strong></a> เพื่อส่งเสริมความสุขและประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรด้วยสติ  จะช่วยพัฒนาทั้ง<a href="https://palagrit.co.th/eq-and-iq/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)</a> และยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเครือข่ายใหม่ระหว่างเซลล์ประสาทและการทำงานที่ยืดหยุ่นของสมอง “neuroplasticity” ให้เป็นไปในทางบวกได้ดีกว่าเดิม  ส่งผลให้ผู้ที่ฝึกสติมีสุขภาพจิตและร่างกายที่ดีขึ้น  </p>



<p class="wp-block-paragraph">พนักงานที่มีสติจึงมีความสามารถในการมีสมาธิจดจ่อไปที่งานที่ทำได้ดีขึ้น ลดการเบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งรบกวน และทำให้สามารถทำงานและจัดการกับภารกิจต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="500" height="500" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety.webp" alt="ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล (Reduce stress and anxiety)" class="wp-image-33263" title="สติช่วยให้ทำงานดีขึ้นและมีความสุขได้อย่างไร 2" srcset="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety.webp 500w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety-400x400.webp 400w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety.webp?w=100 100w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety.webp?w=200 200w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety.webp?w=300 300w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Reduce-stress-and-anxiety.webp?w=450 450w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">2.ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล (Reduce stress and anxiety)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ความเครียดและความวิตกกังวลมีผลกระทบต่อทั้งสุขภาพจิตและลดประสิทธิภาพการทำงานของเรา การฝึกสติ (Mindfulness) เป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรในองค์กรสามารถจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลได้ดีและมีสมาธิที่แน่วแน่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภารกิจต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยการใช้<strong>วิธีการฝึกสติในรูปแบบต่างๆ</strong> เพื่อนำตัวเองกลับมาดำรงอยู่กับปัจจุบัน และลดความคิดที่วนเวียนเกี่ยวกับอดีตหรืออนาคต เช่น เมื่อเรารู้ตัวว่าเริ่มรู้สึกเครียดแล้ว.. การหยุดพักเพื่อหายใจเข้าลึกๆ และกลับมาอยู่กับตัวเอง ด้วยการโฟกัสที่ลมหายใจ เข้า-ออก อย่างผ่อนคลาย จะช่วยให้ความคิดที่ฟุ้งกระจายหรือความรู้สึกในใจที่เหนื่อยอ่อนนั้นค่อยๆผ่านพ้นไป และส่งผลให้เรารู้สึกสงบ สบายและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การฝึกสติจึงเป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการฝึกจิตใจเพื่อให้เกิดสมาธิ แต่ยังช่วยลดความเครียดและสร้างสุขภาพจิตที่ดีขึ้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="500" height="500" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction.webp" alt="ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในงาน (Increase job satisfaction)" class="wp-image-33264" title="สติช่วยให้ทำงานดีขึ้นและมีความสุขได้อย่างไร 3" srcset="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction.webp 500w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction-400x400.webp 400w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction.webp?w=100 100w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction.webp?w=200 200w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction.webp?w=300 300w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Increase-job-satisfaction.webp?w=450 450w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">3.ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในงาน (Increase job satisfaction)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า ความเหนื่อยล้าในการทำงาน จะก่อให้เกิดสภาวะหมดไฟหรือความเหนื่อยหน่ายในงาน ส่งผลให้ความสนใจในงานยิ่งมีระยะห่าง และประสิทธิภาพทางวิชาชีพยิ่งลดลง ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มว่าคนที่คิดเรื่องงานอย่างต่อเนื่องมักจะอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิด <strong>Burnout</strong> มากกว่าคนอื่น ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุเพราะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อว่า การทุ่มเทพลังและความคิดเกี่ยวกับงานอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในสายอาชีพได้เร็วขึ้น <br><br>แม้ว่าเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานหนักและการให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานมากกว่าคนอื่นๆจะช่วยเสริมสร้างโอกาสในการก้าวหน้าทางวิชาชีพได้  แต่จริงๆแล้ว การจดจ่ออยู่กับความสำเร็จในงานเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับผู้คนและสิ่งรอบตัว  <br><br>ไม่เปิดใจรับรู้และเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือยืดหยุ่นพัฒนาไปพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหาที่เลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ เช่น การขาดโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และนวัตกรรมใหม่ๆที่อาจมาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของเรา <br><br>ทำให้เราทำงานกับผู้อื่นได้ไม่เต็มที่ เกิดปัญหาความขัดแย้ง เกิดความเหนื่อยล้าทางจิตใจ และรู้สึกว่าไม่มีความสนุกสนานหรือแรงบันดาลใจในงานที่ทำอยู่อีกต่อไปได้</p>



<figure class="wp-block-pullquote has-medium-font-size"><blockquote><p>จากข้อมูลการสำรวจของ Gallup พบว่าพนักงานชาวอเมริกันประมาณ 3 ใน 4 ประสบกับภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burn Out) อยู่บ้างในบางครั้ง<br>ที่แย่กว่านั้นคือ มีพนักงาน 29% ที่ระบุว่ารู้สึกหมดไฟอยู่บ่อยครั้งหรือรู้สึกอยู่ตลอดเวลา<br>ซึ่งพนักงานที่ประสบกับภาวะหมดไฟอย่างรุนแรงเหล่านี้ มีแนวโน้มที่จะลาป่วยมากถึง 63%<br>และมีแนวโน้มว่าจะป่วยจนต้องเข้าห้องฉุกเฉินมากถึง 23%</p></blockquote></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การ<strong>ฝึกสติ (Mindfulness</strong>) และการสร้างสมาธิในการทำงานจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะหลายครั้งที่เรารู้สึกฟุ้งซ่าน มีความเครียดตกค้าง หรือสูญเสียสมาธิระหว่างการทำงาน จะนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ลดลง <br><br>ทำให้ยิ่งทุ่มเทเข้าไปมากเท่าไหร่ ผลที่ได้รับกลับยิ่งเป็นไปในทางตรงกันข้าม และเกิดเป็นความไม่พอใจในผลงานและในตนเอง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจของเราโดยตรง เมื่อไม่มีเวลาหรือโอกาสในการผ่อนคลาย ความเครียดที่คั่งค้างอาจพัฒนากลายเป็นภาวะซึมเศร้า (Depression) หรือวิตกกังวล (Anxiety) ได้ง่ายขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">พนักงานที่เล็งเห็นความสำคัญของฝึกสติอย่างต่อเนื่อง จึงรู้จักที่จะผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจในเวลาที่เหมาะสม สามารถคลายจากความคิดคาดหวังที่มากเกินจำเป็น และมักจะมีจุดมุ่งหมายที่มีพลัง เกิดแรงจูงใจในการทำงานจนสามารถสร้างความสำเร็จได้ในระยะยาว ส่งผลให้รู้สึกพึงพอใจกับงานของตนมากขึ้น และสร้างบรรยากาศที่เป็นบวกในองค์กรได้เป็นอย่างดี</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="500" height="500" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability.webp" alt="ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว (Build flexibility and adaptability)" class="wp-image-33269" title="สติช่วยให้ทำงานดีขึ้นและมีความสุขได้อย่างไร 4" srcset="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability.webp 500w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability-400x400.webp 400w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability.webp?w=100 100w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability.webp?w=200 200w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability.webp?w=300 300w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Build-flexibility-and-adaptability.webp?w=450 450w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">4.ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว (Build flexibility and adaptability)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การมีสติในขณะที่ทำงานไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เป็นการลดความเครียด แต่ยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ การฝึกสติจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในตัวบุคคล ทำให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับความท้าทายใหม่ๆ และรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเรียนรู้วิธีการฝึกสติอย่างถูกวิธี จะสามารถช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน รับรู้ถึงความคิดและอารมณ์ของเราได้อย่างมีสติ  ผลลัพธ์จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังสนับสนุนแนวทางนี้อย่างชัดเจน โดยพบว่าการมีสติช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ  <br><br>ยิ่งในยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความกดดันต่างๆในที่ทำงาน การมีสติจะช่วยทำให้เรามีความสามารถที่จะหยุดและเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ ทำให้เรามีส่วนร่วมในทุกๆงานและทุกๆกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ <br><br>เมื่อเราสามารถเปิดใจยอมรับและใส่ใจต่อทุกสิ่งที่กำลังทำอยู่ ลดอาการวอกแวกและความเครียดจากสิ่งรอบข้าง ซึ่งบ่อยครั้งเราอาจพบว่าตัวเองรู้สึกท่วมท้นเมื่ออยู่ในโปรเจกต์ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ปัญหาหรือผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนอาจทำให้เราจมอยู่กับความกังวล และทำให้สมาธิในการทำงานลดลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">การมีสติจะช่วยในเรื่องของการโฟกัส ให้เราสามารถรับรู้อยู่กับปัจจุบัน  และสามารถคิดวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจในตัวเองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ชัดเจนขึ้น <br><br>ทำให้เราสามารถแบ่งเวลาในการจัดการกับอีเมล ข้อความ หรืองานต่างๆได้อย่างเหมาะสม แทนที่จะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เบี่ยงเบนความสนใจจากงานหลักในช่วงเวลาที่จำเป็น และสามารถหาวิธีการใหม่ๆในการปรับตัวเพื่อจัดการกับแรงกดดันจากทำงานได้ดียิ่งขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="500" height="481" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp" alt="5.ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในที่ทำงาน (Promote good relationships in workplace)" class="wp-image-33271" title="สติช่วยให้ทำงานดีขึ้นและมีความสุขได้อย่างไร 5" srcset="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp 500w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp?w=100 100w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp?w=200 200w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp?w=300 300w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp?w=400 400w, https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2025/02/Promote-good-relationships-in-workplace.webp?w=450 450w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">5. ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในที่ทำงาน (Promote good relationships in workplace)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในโลกของการทำงานที่เร่งรีบ ที่ทุกคนล้วนเข้ามาปฏิสัมพันธ์ต่อกันด้วยมุมมองที่แตกต่างกันตามบทบาทและความรับผิดชอบที่ต้องดูแล เช่น ผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ให้บริการอาจมองไปที่ตัวเลขและผลกำไร <br><br>ขณะที่ลูกค้ามักจะให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและการได้รับบริการที่มีคุณภาพ ผู้บริหารองค์กรอาจมองไปที่ตัวเลขหรือผลประกอบการและการลดค่าใช้จ่ายที่มีผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท ในขณะที่พนักงานมองไปที่ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจและการได้รับการดูแลเอาใจใส่ถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ในที่ทำงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลักษณะของบทบาทและหน้าที่ตามธรรมชาติเหล่านี้ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะเกิดการเข้าใจผิด โต้เถียงหรือมีความขัดแย้งต่อกันได้ ซึ่งปัญหานี้ไม่เพียงแต่กระทบถึงตัวเราเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทำให้เราไม่สามารถร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้องค์กรก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะสะท้อนถึงความรู้สึกของตนเอง และรับรู้ถึงอารมณ์ของผู้อื่นได้มากขึ้น เมื่อเราได้ฝึกฝนการมีสติ เราจะพัฒนาความสามารถในการหยุดคิดก่อนที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆแทนการตอบโต้แบบอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถเลือกวิธีการตอบสนองที่เหมาะสมแทนที่จะปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบชักนำไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะขณะที่เรามีความเครียดและพยายามที่จะระบายความเครียดผ่านการพูดคุยกับเพื่อนหรือทีมงานในช่วงเวลาที่จิตใจเต็มไปด้วยความกังวล มันอาจนำไปสู่วิธีการสื่อสารที่ผิดพลาด (Failed Communication) ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน และส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเสริมสร้างความสามารถที่จะมีสติควบคุมอารมณ์ที่ดี เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาวะและความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในที่ทำงาน เพราะการฝึกสติจะช่วยให้พนักงานมีความเข้าใจตนเอง เข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น <br><br>ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ส่งเสริม<strong>การสื่อสารอย่างมีสติ</strong>และ<strong>การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ </strong>ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความกลมเกลียว การเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆในทีม และส่งเสริมการทำงานร่วมกันในเชิงบวกระหว่างทีมงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ <a href="https://palagrit.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">PALAGRIT</a> ในการให้บริการจัดฝึกอบรม<a href="https://palagrit.co.th/in-house-training/mindfulness-at-work-course/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หลักสูตร Mindfulness</a> และให้คำปรึกษาในการดูแลบุคลากรให้แก่องค์กรระดับประเทศมาแล้วมากมาย <br><br>พบว่าการฝึกสติ (Mindfulness) ในที่ทำงานไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการสื่อสารในการทำงานร่วมกันที่ดียิ่งขึ้น  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรในยุคปัจจุบันเพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อ้างอิง :</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.gallup.com/workplace/389057/antidote-manager-burnout.aspx" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://www.gallup.com/workplace/389057/antidote-manager-burnout.aspx</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://content.time.com/time/subscriber/article/0,33009,2163560,00.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://content.time.com/time/subscriber/article/0,33009,2163560,00.html</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3151546" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3151546</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ</title>
		<link>https://palagrit.co.th/guide-to-goal-setting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Oct 2021 08:34:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Self Development]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://palagrit.co.th/?p=27256</guid>

					<description><![CDATA[สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตคนเรามีความก้าวหน้าคือ "การตั้งเป้าหมาย" เพราะเป้าหมายจะทำให้เรารู้ว่าต้องวางแผนและเตรียมตัวอย่างไร  บทความนี้มีข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">บุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายๆคน ล้วนให้ความสำคัญต่อการตั้งเป้าหมาย บางคนอาจจะคิดว่าชีวิตเราไม่มีทางเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากกว่านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในความเป็นจริงแล้วเราทุกคนสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยการตั้งเป้าหมาย และค่อยๆเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปทีละน้อยจากความสำเร็จเรื่องเล็กๆไปสู่เรื่องใหญ่ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่รู้จักตั้งเป้าหมายจะทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ง่ายขึ้น และทุกครั้งที่เราทำสำเร็จในแต่ละขั้นนั้น จะทำให้รู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจที่จะต่อสู้ไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่ต้องการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และต่อไปนี้เป็นเทคนิค 12 ขั้นตอนการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">1)ตัดสินใจให้ชัดเจนว่าคุณต้องการอะไรบ้างในแต่ละด้านของชีวิต</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นการตัดสินใจว่าคุณต้องการตั้งเป้าหมายในชีวิตอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายด้านรายได้ -ต้องการหารายได้เท่าไหร่ในปีนี้ ปีหน้า หรือ 3 ปีข้างหน้านับจากวันนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายด้านครอบครัว -อยากมีรูปแบบชีวิตสำหรับครอบครัวและตัวเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายด้านสุขภาพ -อยากมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายด้านอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นให้ลำดับเป้าหมายสำคัญที่สุด 3 อันดับแรกออกมา</p>



<h2 class="wp-block-heading">2)เป้าหมายต้องวัดผลได้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายต้องชัดเจน วัดผลได้ มีหลักการวัดผล ตลอดจนการสรุปผลออกมาได้ชัดเจน มีหลักการประเมินการคำนวณอย่างชัดเจน ตัวเลขมีที่มาที่ไป ไม่ใช่ข้อมูลลอยๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การทำให้เป้าหมายวัดได้ด้วยตัวเลขจะทำให้เห็นว่าคุณเข้าใกล้เป้าหมายมากน้อยแค่ไหน สำเร็จหรือไม่อย่างไรค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">3)กำหนดเส้นตาย (deadline)</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2021/10/schedule-deadline.jpg?resize=800%2C533" alt="schedule deadline" class="wp-image-27296" title="12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ 6"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การกำหนดเส้นตายจะทำให้ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นหากจะตั้งเป้าหมายอะไรต้องกำหนดเส้นตายไว้เสมอ กรณีเป้าหมายเป็นงานใหญ่ สามารถแบ่งงานออกเป็นเป้าหมายย่อยๆได้ เมื่อทำเป้าหมายย่อยสำเร็จแล้วจะทำให้คุณเกิดกำลังใจ มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะทำเป้าหมายอื่นๆต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading">4)ระบุอุปสรรคที่ต้องเอาชนะเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">นำกฏ 80/20 เป็นหลักคิดคือ 80% ของเหตุผลที่เป็นอุปสรรคให้ไม่บรรลุเป้าหมายมักมาจากภายในตัวเราเอง เช่น การขาดความรู้ ทักษะ ความมั่นใจ ฯลฯ ส่วนอีก 20% เป็นเรื่องเหตุผลภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับตัวเรา ดังนั้นจงเริ่มที่ตัวเราเองสำคัญที่สุดค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">5)ระบุองค์ความรู้ ข้อมูล ทักษะที่จำเป็นต้องมีเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2021/10/identify-skill-need-to-achieve-your-gold.jpg?resize=800%2C533" alt="identify skill need to achieve your gold" class="wp-image-27297" title="12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ 7"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบุทักษะสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในชีวิตมากที่สุด ทักษะอะไรที่หากพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้วจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายที่สำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นทักษะอะไรก็ตามให้เขียนออกมา กำหนดเป็นแผนการและทำมันทุกวัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">6)ระบุคนที่สามารถร่วมมือหรือช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ให้จดรายชื่อทุกคนในชีวิตที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณหรืออยู่แวดล้อมตัวคุณที่จะช่วยให้เป้าหมายสำเร็จ เริ่มจากรายชื่อคนในครอบครัว คนที่จะคุณต้องการการสนับสนุนช่วยเหลือ หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ซัพพลายเออร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้ารายสำคัญที่มีผลต่อยอดขายสินค้าที่คุณต้องการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการบรรลุเป้าหมายใหญ่ คุณต้องการคนที่สนับสนุนคุณ ในแต่ละช่วงเวลาหรือสถานการณ์ แต่ให้นึกถึงการตอบแทนกลับคืนหรือช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้นกลับเมื่อมีโอกาส</p>



<p class="wp-block-paragraph">บุคคลที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือคนที่สามารถสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับเครือข่ายผู้คนที่เขาจะช่วยเราและเราสามารถช่วยเหลือเขาตอบแทนนั่นเองค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">7)ให้เขียนสิ่งที่จะต้องทำทั้งหมดเพื่อบรรลุเป้าหมาย</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2021/10/list-of-everthing-you-have-to-do.jpg?resize=800%2C533" alt="list of everthing you have to do" class="wp-image-27298" title="12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ 8"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งข้อมูลอุปสรรคที่ต้องแก้ปัญหา ความรู้หรือทักษะที่ต้องพัฒนา บุคคลที่ต้องหามาร่วมงานด้วย จดรายละเอียดทุกขั้นตอนที่ต้องนึกออกเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด เมื่อไหร่ที่คิดสิ่งใหม่ๆได้ให้จดเพิ่มเข้าไปในข้อมูลจนกว่าจะสมบูรณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นคุณจะเห็นว่าสิ่งที่คุณจะต้องทำเพื่อบรรลุเป้าหมายยังห่างไกลกับปัจจุบันมาก แต่ให้ยึดคติว่า การเดินทางพันไมล์ ต้องเริ่มต้นจากก้าวที่หนึ่ง หรือหนทางนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นไม่มีใครที่จะสำเร็จในชั่วข้ามคืน ทุกอย่างต้องใช้เวลาซึ่งอาจนานหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะบรรลุเป้าหมาย จึงต้องอดทนและตั้งใจค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">8)จัดระบบสิ่งที่ต้องทำโดยเรียงลำดับและความสำคัญ</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ลำดับก่อนหลัง</strong> &#8211; เรียงลำดับสิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดทำทีหลัง<br><strong>สิ่งที่สำคัญและไม่สำคัญ</strong> -ให้แยกรายการสิ่งที่สำคัญมาก และสำคัญน้อยกว่าออกมาให้ชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำกฏ 80/20 เป็นหลักคิดคือ ผลงานส่วนใหญ่ 80% มาจากกิจกรรมที่ทำ 20%<br>ในทางกลับกัน 20/80 คือ ปริมาณเวลาที่คุณใช้วางแผน 20% ส่งผลต่อเวลาที่เหลืออีก 80% ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ ดังนั้นการวางแผนการให้ดีจึงสำคัญมากค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">9)จัดระบบสิ่งที่ต้องทำโดยเรียงลำดับและความสำคัญ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แผนรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนล่วงหน้า และขั้นตอนที่ต้องทำในแต่ละแผนการ<br>วางแผนรายเดือนให้เสร็จตั้งแต่เริ่มต้นเดือน<br>วางแผนรายสัปดาห์ให้เสร็จก่อนเริ่มสัปดาห์นั้นๆ<br>วางแผนรายวันให้เสร็จก่อนเริ่มวันใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งมีความละเอียดและใส่ใจในการวางแผน ก็ยิ่งมีโอกาสทำสำเร็จโดยใช้เวลาน้อยลง ให้ระลึกไว้ว่า 1 นาทีที่ใช้วางแผนที่ดีมีค่าเท่ากับการประหยัดเวลาในการลงมือทำ 10 นาที ดังนั้นการวางแผนจะให้ผลตอบแทนความคุ้มค่าด้านเวลาทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">10)จัดลำดับความสำคัญของงานในแต่ละวัน เลือกงานที่สำคัญมาทำก่อน</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2021/10/orgnize-your-list-to-plan.jpg?resize=800%2C800" alt="orgnize your list to plan" class="wp-image-27299" title="12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ 9"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ถามตัวเองว่าถ้าต้องเลือกงานที่ต้องทำขึ้นมาหนึ่งอย่างในวันนั้น งานชิ้นไหนสำคัญที่สุด จัดไว้เป็นลำดับที่ 1</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานที่สำคัญรองลงมาเป็นอันดับ 2 ทำเช่นนี้ไปจนได้งานที่สำคัญที่สุด 7 อันดับโดยเรียงตามความสำคัญมากสุดลงมา&nbsp; และเน้นทำงานสำคัญที่สุดที่มีผลต่อเป้าหมายเป็นสิ่งแรกค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">11)พัฒนานิสัยความมีวินัย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อคุณเลือกงานที่สำคัญที่สุดในวันนั้นขึ้นมาทำแล้ว ให้ตั้งใจ &#8211;มีความมุ่งมั่นและแน่วแน่ว่าจะทำให้เสร็จ โดยไม่ยอมหันเหหรือเบี่ยงเบนความสนใจไปทำสิ่งอื่น จนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ 100%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความมีวินัยมุ่งมั่นที่จะทำให้งานสำคัญที่สุดจนกว่าจะเสร็จเป็นเทคนิคบริหารจัดการที่ทรงพลังทีสุด เมื่อคุณพัฒนาลักษณะนิสัยนี้ขึ้นมาได้ จะช่วยให้เกิดประสิทธิผลของงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าเทียบกับการไม่ได้ใช้เทคนิคนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading">12)ใช้พลังของจิตใต้สำนึก มโนภาพรางวัลที่จะได้รับเมื่อคุณสำเร็จ (visualize the goal)</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="536" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2021/10/subconscious.jpg?resize=800%2C536" alt="subconscious" class="wp-image-27300" title="12 เทคนิคการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จ 10"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ให้มโนภาพ จินตนาการถึงภาพความสำเร็จ การสร้างมโนภาพเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นเป้าหมายที่มีโอกาสเป็นความจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานวิจัยจำนวนมากกล่าวว่า หากจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น คุณจะต้องให้สมองได้รับประสบการณ์ที่จะเห็นเป้าหมายออกเป็นภาพจริง ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า “visualize the goal”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น เป้าหมายอยากมีรถสักคัน ก็จินตนาการว่าตัวคุณเองได้ขับรถคันนั้นอย่างมีความสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเป้าหมายคือการท่องเที่ยว ให้จินตนาการภาพที่คุณได้ท่องเที่ยวในที่ที่คุณอยากไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเป้าหมายคือการมีบ้านสวยๆ จิตนาการว่าคุณได้อยู่ในบ้านหลังนั้นว่าจะมีความสุขอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจิตนาการจะส่งผลต่อจิตใต้สำนึกของมนุษย์อย่างมากที่จะช่วยให้คุณมุ่งมั่นที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เคล็ดลับอื่นๆสำหรับการตั้งเป้าหมาย</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นำกระดาษเปล่าเขียนวันที่ไปที่ด้านบนสุดของกระดาษ จากนั้นเขียนเป้าหมายที่คุณอยากทำให้สำเร็จอย่างน้อย 10 ข้อ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้นในสิ่งที่จะทำ ให้เขียนสิ่งที่อยากเป็น อยากจะมี หรืออยากจะทำ โดยใช้เทคนิคดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เวลาเขียนเป้าหมายให้เขียนราวกับว่าคุณบรรลุเป้าหมายที่ต้องการแล้ว เช่น<br>ตัวอย่างที่ 1 แทนที่จะเขียนว่า ฉันจะเก็บเงินให้ได้ 1 ล้านบาทในปีนี้ ให้เปลี่ยนเป็น ฉันเก็บเงินได้ปีละ 1 ล้านบาท<br>ตัวอย่างที่ 2 ฉันต้องการรถใหม่ 1 คัน เปลี่ยนเป็นฉันได้ขับรถใหม่ 1 คันเมื่อวัน/เดือน/ปี ที่กำหนด</li>



<li>ให้เขียนในแง่บวก เช่น ฉันจะเลิกบุหรี่ เปลี่ยนเป็น ฉันเป็นคนไม่สูบบุหรี่</li>



<li>ให้เริ่มต้นประโยคด้วยคำว่า &#8220;ฉัน&#8221; เพื่อเป็นการยืนยันเป้าหมายของตัวเอง เป็นการกระตุ้นให้จิตใต้สำนึกทำงาน</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการตั้งเป้าหมายสู่ความสำเร็จนั้น คือ ตัวเราเองค่ะที่ต้องมีความแน่วแน่ ทำแผนการ ไม่ท้อถอย และมีวินัยที่จะปฏิบัติตามแผนอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกครั้งที่ยืนหยัดเอาชนะอุปสรรคแม้ว่าจะเจอล้มเหลวหรือผิดหวัง จะฝึกให้คุณแข็งแกร่งขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ ทำให้เกิดเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเองที่ก้าวผ่านมันไปได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นการฝึกฝนให้เคยชินที่ไม่ลดละล้มเลิกง่ายๆ จนกระทั่งกลายเป็นนิสัยแล้วจะพบว่าคุณจะมีศักยภาพที่จะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างมากเลยค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะคะ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>REFERENCE:</strong><br><a href="https://www.briantracy.com/blog/personal-success/personal-success-keys-to-success-change-your-life/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">How To Be Successful In Life</a> by Mr.Brian Tracy </p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้นําที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร คุณสมบัติของผู้นำที่ดีที่น่ารู้</title>
		<link>https://palagrit.co.th/how-to-be-a-good-leader/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Oct 2021 09:03:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Self Development]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Skills]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://palagrit.co.th/?p=27242</guid>

					<description><![CDATA[ผู้นำที่ดีไม่ใช่เพียงผู้สั่งการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม สามารถสร้างแรงจูงใจให้คนในทีมทำงานด้วยความเต็มใจ ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไรจึงเป็นเรื่องน่าเรียนรู้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ผู้นำที่ดีไม่ใช่เพียงผู้สั่งการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม สามารถสร้างแรงจูงใจให้คนในทีมทำงานด้วยความเต็มใจ ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไรจึงเป็นเรื่องน่าเรียนรู้&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คุณสมบัติของผู้นำที่ดีขึ้นกับอะไร? บทความนี้อยากจะสรุปคุณสมบัติต่อไปนี้ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พบเห็นในการเป็นผู้นำที่ดี</p>



<h2 class="wp-block-heading">1)ทัศนคติเชิงบวก (Positive Attitude)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้นำที่ดีต้องเป็นคนที่มีทัศนคติเชิงบวก หรือมองโลกแง่บวก แม้ว่าจะเจอสถานการณ์ที่เลวร้าย หรือวิกฤติต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากผู้นำมีทัศนคติเชิงบวกจะมองเห็นโอกาสที่เป็นไปได้ในสถานการณ์ต่างๆ สามารถยืนหยัดอยู่บนหนทางไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเพื่อเอาชนะปัญหา คุณลักษณะของทัศนคติเชิงบวก ได้แก่ เชื่อมั่นว่าเราทำได้, เชื่อมั่นในการกระทำว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่ดี, เชื่อมั่นว่าสิ่งดีๆจะเกิดขึ้น เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่มีทัศนคติเชิงลบ จะมองไม่เห็นโอกาส มีความเครียด เกิดความกลัววิตกกังวล ไม่มั่นใจว่าจะทำได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">2)ความเชื่อมั่น (Confidence)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ความเชื่อมั่น เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ ผู้นำที่ดีจะต้องมีความมั่นใจในสิ่งที่ตนเองคิดหรือทำ เมื่อผู้นำแสดงออกด้วยความมั่นใจ ลูกน้องหรือผู้ตามย่อมรู้สึกถึงความมั่นคงและเชื่อมั่นที่จะปฏิบัติตาม ซึ่งต่างกับผู้นำที่ขาดความเชื่อมั่น ไม่กลัาตัดสินใจ ไม่มีความมั่นใจย่อมทำให้ลูกน้องหรือผู้ตามขาดความเชื่อมั่นในผู้นำไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่จะสร้างความมั่นใจไม่สามารถทำได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยการบ่มเพาะ เทคนิคเหล่านี้อาจช่วยพัฒนาความมั่นใจได้ค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">2.1 นึกถึงเรื่องที่เคยทำสำเร็จหรือเป็นจุดแข็งที่เราทำได้ดี และพยายามฝึกฝนให้เพิ่มมากขึ้นไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">2.2 ให้จดบันทึกสิ่งที่คุณชอบในตัวเองทุกวัน แม้เป็นจุดเล็กๆที่แตกต่างกันในแต่ละวันเพื่อชื่นชมตัวเองก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้เพิ่มขึ้นได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">3)ยอมรับความล้มเหลวได้ (Ability to Embrace Failure)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้นำที่ดีต้องกล้ายอมรับความล้มเหลวและผิดพลาดของตนเอง เพียงแต่ต้องรู้ว่าควรแก้ไขอย่างไร การยอมรับความล้มเหลวคือโอกาสในการเรียนรู้แม้ยังไม่ได้ผลลัพธ์ความสำเร็จในเบื้องต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สิ่งสำคัญคือต้องกล้าที่จะก้าวเดินต่อไปและหาสาเหตุที่ทำให้ล้มเหลวให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจะทำให้เป็นผู้นำที่เติบโตและแข็งแกร่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างบริษัทใหญ่ๆที่ประสบความสำเร็จ เช่น Amazon, Netflix, Coca-Cola ล้นเคยล้มเหลวมาแล้ว ดังนั้นเราจะสำเร็จไม่ได้หากไม่เจออุปสรรค</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเป็นผู้นำที่มีทัศนคติยอมรับความล้มเหลวได้ จะทำให้ทีมกล้าคิดกล้าทำสิ่งใหม่ๆเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับองค์กร ดังคำพูดของโทมัสเอดิสันผู้ประดิษฐ์หลอดไฟว่า &#8220;ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่พบ 10,000 วิธีที่ไม่ได้ผล&#8221;</p>



<h2 class="wp-block-heading">4)มีทักษะการสื่อสารและการรับฟังที่ดี (Good Communication Skills)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทักษะการสื่อสารเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะต้องมี ผู้นำที่ดีจะต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีเพื่อนำพาให้ทีมทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และยังต้องมีทักษะการฟังที่ดีอีกด้วย เพื่อช่วยให้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของผู้พูด สามารถสะท้อนประเด็นได้ถูกต้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">การฟังลักษณะนี้ต้องใช้สมาธิเต็มที่ในเรื่องที่กำลังสนทนากันอยู่ และใส่ใจกับคนที่พูดตลอดเวลาเพื่อสังเกตภาษากาย น้ำเสียง การใช้คำพูด และอารมณ์ความรู้สึกที่แฝงอยู่ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจในสิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">การฟังช่วยสร้างความไว้วางใจและความเป็นกันเองต่อกันในฐานะผู้นำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้นำเอาใจใสและเคารพในสิ่งที่ผู้พูดสื่อสาร</p>



<h2 class="wp-block-heading">5)รู้จักการมอบหมายงานที่เหมาะสม (Knowing How and When to Delegate)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การมอบหมายงานเป็นทักษะที่สำคัญ เพราะบทบาทของผู้นำจะต้องบริหารงานในภาพรวมมากกว่าทำงานเองทั้งหมด ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการมอบหมายงานได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การวางแผนและเตรียมการ ผู้นำจะต้องมองเห็นภาพรวมและสามารถวางแผนว่าจะแบ่งงานให้ลูกทีมแต่ละคนอย่างไร โดยพิจารณาเลือกคนที่มีความสามารถให้เหมาะสมกับงานนั้นๆ รวมถึงเตรียมทรัพยากรต่างๆสนับสนุนเพื่อสนับสนุนการทำงานให้เสร็จตามแผน<br></li>



<li>มีรายละเอียดของงาน และกรอบเวลาชัดเจน<br></li>



<li>สนับสนุน ให้คำแนะนำ ติดตามผล สามารถขจัดปัญหาความขัดแย้ง และสร้างแรงจูงใจให้กับทีมได้<br></li>



<li>ชื่นชมความสำเร็จของทีม เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทีมทำงานอย่างตั้งใจ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">6)มี Growth Mindset</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทักษะสำคัญสำหรับผู้นำที่จะเป็นแรงผลักดัน และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทีม คือทักษะ “Growth Mindset”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้นำที่มี Growth Mindset จะมองปัญหาที่เจอในการทำงานว่าเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเองและทีมงานพยายามคิดค้นวิธีใหม่ๆ เพื่อเอาชนะและก้าวข้ามปัญหาเหล่านั้นให้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้นำที่มีทักษะนี้ คือคนที่รักในการเติบโต ซึ่งเกิดจากการพยายามพัฒนาหรือมองหาอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือ มีมุมมองที่ดีต่อปัญหาที่ต้องพบเจอจะเป็นมุมมองแบบเติบโต ยอมรับความผิดพลาดเพื่อเรียนรู้ให้พัฒนาคนในองค์กรให้ดีขึ้นกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อตัวผู้นำมี Growth Mindset ในการทำงานก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทีมงานในองค์กร ซึ่งจะทำให้ทีมงานมีแรงฮึกเหิมในการทำงาน และกลายเป็นคนที่มี Growth Mindset ที่พยายามคิดหาวิธีเอาชนะปัญหา และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา ตามไปด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">7)มีความรับผิดชอบ (Responsibility)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้นำที่ดีต้องมีความรับผิดชอบ คือทั้งรับผิดแลรับชอบ ทั้งในส่วนของงานที่ตนเองต้องทำ และงานของทีมที่ตนดูแล เมื่อเกิดความผิดพลาดก็ต้องกล้ารับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาด ไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็ต้องรีบหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้เร็วที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">การมีความรับผิดชอบนั้นจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง เช่น มีหน้าที่ก็ทำเต็มความสามารถ ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง เป็นคนรักษาคำพูด พูดแล้วทำตามพูด</p>



<h2 class="wp-block-heading">8)การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเก่งหรือผู้นำระดับโลกหลายๆคนประสบความสำเร็จมาจากวิธีคิดและวิธีการทำงานของเขา และเรื่องหนึ่งที่เขาเหล่านี้ทำอยู่เป็นประจำคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตัวอย่างคำพูดของผู้นำระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Mahatma Gandhi (มหาตมะคานธี)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">“Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใช้ชีวิตให้เสมือนว่าพรุ่งนี้ท่านจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เรียนรู้ให้เสมือนว่าท่านจะอยู่ในโลกนี้ตลอดไปไม่มีวันสิ้นสุด<br></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Steve Jobs :</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">“Stay Hungry, Stay Foolish”</p>



<p class="wp-block-paragraph">จงกระหายและทำตัวให้โง่ตลอดเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br><strong>Henry Ford :</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">Anyone who stops learning is old, whether at twenty or eighty. Anyone who keeps learning stays young.”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้หยุดเรียนรู้ล้วนแก่เฒ่า ไม่ว่าจะยี่สิบหรือแปดสิบ ผู้ฝักใฝ่เรียนรู้ล้วนหนุ่มสาว<br></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>John F. Kennedy</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จอห์น เอฟ. เคนเนดี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาวะผู้นำและการเรียนรู้เป็นสองสิ่งที่แยกออกจากกันมิได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>REFERENCE:</strong><br><a href="https://www.lifehack.org/articles/communication/10-impressive-characteristics-great-leaders-have.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">What Makes a Good Leader</a> by lifehack.org</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์</title>
		<link>https://palagrit.co.th/creativity-theory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 04:47:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Self Development]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://palagrit.co.th/?p=27102</guid>

					<description><![CDATA[รวบรวมแนวคิดของนักจิตวิทยาที่ได้กล่าวถึงทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ ที่มาที่ไป และเกร็ดความรู้ต่างๆ ที่มีคนเคยนิยามไว้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เมื่อกล่าวถึงทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์หรือ Creative theory</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากอ้างอิงจากทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของเดวิส Davis (1973 : อ้างถึงใน กรมวิชาการ. 2535 : 6-7) ได้รวบรวมแนวคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ของนักจิตวิทยาที่ได้กล่าวถึงทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์โดยแบ่งแนวความคิดเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 4 กลุ่มดังนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading">1.ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์เชิงจิตวิเคราะห์</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มีนักจิตวิทยาทางจิตวิเคราะห์หลายคน เช่น ฟรอยด์ (Freud) และ คริส (Kris) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการเกิดของความคิดสร้างสรรค์ว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นผลมาจากความขัดแย้งภายในจิตใต้สํานึก ระหว่างแรงขับทางเพศ (Libido) กับความรู้สึกผิดชอบทางสังคม (Social Conscience)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเพื่อให้ แรงขับทางเพศได้แสดงออกมาในรูปหรือพฤติกรรมที่สังคมยอมรับได้ จึงเปลี่ยนเป็น ความคิด สร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน คูไบ (Kubie) และ รัค (Rugg) ซึ่งเป็นนักจิตวิเคราะห์แนวใหม่กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์นั้นเกิดขึ้นระหว่างการรู้สติกับจิตใต้สานึก&nbsp; ซึ่งอยู่ในขอบเขตของจิตส่วนที่เรียกว่า จิตก่อนสํานึก</p>



<h2 class="wp-block-heading">2.ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์เชิงพฤติกรรมนิยม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">นักจิตวิทยากลุ่มนี้มีแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ว่าเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการ เรียนรู้ โดยเน้นที่ความสําคัญของการเสริมแรง การตอบสนองที่ถูกต้องกับสิ่งเร้าเฉพาะหรือ สถานการณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังเน้นความสัมพันธ์ทางปัญญา คือการโยงความสัมพันธ์จากสิ่งเร้าหนึ่งไปยัง สิ่งเร้าต่างๆ ทําให้เกิดความคิดใหม่หรือสิ่งใหม่เกิดขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">3.ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์เชิงมานุษยนิยม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้มีแนวคิดว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มนุษย์มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่ง มาสโรว์ (Maslow) และ โรเจอร์ (Rogers) เป็นผู้ที่มีบทบาทสาคัญของแนวคิดกลุ่มนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมีแนวความคิดว่าผู้ที่สามารถนําความคิดสร้างสรรค์ออกมาใช้ได้คือผู้ที่มีสัจการแห่งตน คือรู้จักตนเองตรงตามความเป็นจริง เข้าใจตนเอง พอใจและยอมรับตนเองทั้งในส่วนที่ดีและส่วนที่บกพร่อง ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ตระหนักและใช้ตนเองเต็มตามศักยภาพของตน</p>



<p class="wp-block-paragraph">มนุษย์จะสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ของตนเองมาได้อย่างเต็มที่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถใน การตระหนักรู้ในความสามารถของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สามารถพึ่งพาตนเอง ริเริ่มสิ่งใหม่ และพัฒนาตนเองได้ โดยมีอิสรภาพในการคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจเลือกทําสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ผู้คนรอบข้าง และสังคมให้เกิดประโยชน์สุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งบรรยากาศที่สําคัญที่จะช่วยส่งเสริมกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์ คือ การสร้างสภาวะหรือ บรรยากาศที่เอื้ออํานวย อันประกอบด้วยความปลอดภัยในเชิงจิตวิทยา ความมั่นคงของจิตใจ มอง เห็นศักดิ์ศรี และคุณค่าของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความปรารถนาที่จะเล่น ความคิดอันเป็นอิสระในการสร้างสรรค์สิ่ง ต่างๆ ด้วยตนเอง และการเปิดกว้างที่จะรับประสบการณ์ใหม่</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="392" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2022/12/human-with-creative-thinking.jpg?resize=600%2C392" alt="human with creative thinking" class="wp-image-27481" title="ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ 11"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">โดยกลุ่มมานุษยนิยมได้เน้นถึงบรรยากาศที่จะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ว่าจะต้องประกอบด้วย ปัจจัยสําคัญดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1 มีภาวะความปลอดภัยทางจิต กล่าวคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีการยอมรับในค่าของความเป็นคน เคารพในสิทธิและความคิดเห็น</li>



<li>ไม่มีการตีราคา ประเมิน หรือเปรียบเทียบความคิดเห็น และผลงาน</li>



<li>ทุกคนทํางานด้วยความสบายใจ ไม่ต้องหวั่นวิตกและเกรงการถูกทําโทษ ถูกตําหนิ หรือถูกตัดสินว่าทําดีหรือไม่ดี</li>



<li>มีความมั่นใจในตนเอง มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง</li>



<li>มีความเต็มใจที่จะรับผิดชอบในความสําเร็จ หรือความล้มเหลวของตนได้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">2 มีภาวะที่มีเสรีภาพในการแสดงออก กล่าวคือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีจิตใจกว้างที่จะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ</li>



<li>มีความปรารถนาที่จะเล่นกับความคิด และสิ่งแปลกใหม่</li>



<li>เต็มใจที่จะรับรู้ความคิดที่แตกต่าง</li>



<li>มีความสนใจต่อเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก รวมทั้งประเด็นข้อถกเถียงที่ยังไม่ยุติ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">4.ทฤษฎีอูต้า (AUTA)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีนี้เป็นรูปแบบของการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล เป็นแนวคิดสร้างสรรค์ที่ เดวิด (David) และ ซัลลิแวน (Sullivan) คิดค้นในปี ค.ศ. 1980</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยอธิบายว่า ความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอยู่ในมนุษย์ทุกคน และสามารถส่งเสริมพัฒนาให้สูงขึ้นได้ ด้วยการส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ ตามการจัดลําดับของการพัฒนาแบบ อุต้า (AUTA) ซึ่งมี 4 ลําดับขั้นตอน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4.1 การตระหนัก (Awareness) คือ การตระหนักถึงความสาคัญของความคิด สร้างสรรค์ที่มีต่อตัวเอง สังคม ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และตระหนักถึงความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตนเองด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">4.2 ความเข้าใจ (Understanding) คือ มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องราว ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">a) บุคลิกภาพของบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">b) ธรรมชาติของกระบวนการคิดสร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">c) ความสามารถที่สร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">d) ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">e) แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">f) วิธีฝึก และปัจจัยที่ทําให้เกิดความคิดสร้างสรรค์</p>



<p class="wp-block-paragraph">4.3 เทคนิควิธี (Techniques) คือ การรู้จักเทคนิควิธีในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ทั้งที่เป็นเทคนิคส่วนบุคคลและเทคนิคที่เป็น มาตรฐาน ซึ่งสามารถทําได้ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">a) การระดมพลังสมอง (Brainstorming)</p>



<p class="wp-block-paragraph">b) การเอาคุณลักษณะต่าง ๆ ออกมาแจกแจง หรือปรับลักษณะต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">c) การจับคู่ในลักษณะ 2 ด้าน แล้วจับคู่สลับกันหลาย ๆ คู่ ก็จะได้รูปแบบหลายรูปแบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">d) การใช้ความคิดริเริ่มหรือการสร้างสิ่งใหม่ ๆ โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">e) การคิดโดยเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องมาเกี่ยวข้องกันหรือทําสิ่งธรรมดาให้แปลกใหม่ โดยการใช้ คุณลักษณะของการเปรียบเทียบมาใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4.4 การตระหนักในความจริงของสิ่งต่างๆ (Actualization) คือ การรู้จักหรือตระหนักในตนเอง พอใจในตนเอง และพยายามใช้ตนเองและพยายามใช้ตนเองเต็ม ศักยภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมทั้งการเปิดกว้างรับประสบการณ์ต่างๆ โดยมีการปรับตัวได้อย่างเหมาะสม การตระหนัก ถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน การผลิตผลงานด้วยตนเอง และมีความคิดที่ยืดหยุ่นเข้ากับทุกรูปแบบของชีวิต ได้ด้วยตนเองดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">a) เปิดกว้างรับประสบการณ์ต่าง ๆ โดยมีการปรับตัวได้อย่างเหมาะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">b) มีความตระหนักถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">c) ผลผลิตผลงานด้วยตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">d) มีความคิดที่ยืดหยุ่นเข้ากับทุกรูปแบบของชีวิต</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสรุปแล้วเมื่อเราพิจารณาจากองค์ประกอบของทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ทั้ง 4 อย่างที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด จะเห็นได้ว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นทักษะที่มีในตัวบุคคลทุกคนตามธรรมชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และสามารถที่จะพัฒนาให้สูงขึ้นได้โดยอาศัยการตระหนักรู้ในตนเอง การเรียนรู้ที่เปิดกว้าง มีสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศที่เอื้ออํานวย ที่จะช่วยผลักดันให้บุคคลสามารถดึงศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของตนเอง ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ในที่สุดนั่นเอง</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 ข้อต้องรู้! วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานง่ายๆ แต่ได้ผลดี</title>
		<link>https://palagrit.co.th/how-to-work-more-efficiently/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Apr 2021 11:20:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Self Development]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://palagrit.co.th/?p=26713</guid>

					<description><![CDATA[เคล็ดวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบง่ายๆ แต่ได้ผลดี ถ้าคุณเป็นหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอยู่ 4 เทคนิคต่อไปนี้อาจช่วยคุณได้]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หมายถึง การทำงานที่ได้ผลงานอย่างมีคุณภาพ โดยสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย พลังงานและเวลาน้อยที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับองค์กรนั้น การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การทำภารกิจให้สำเร็จโดยประหยัดทั้งเวลา ทรัพยากร และกำลังคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงกล่าวได้ว่า ประสิทธิภาพการทำงานของคนในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้องคก์กรประสบความสำเร็จ บทความนี้ขอแนะนำ&nbsp;<strong>4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานง่ายๆ แต่ได้ผลดี</strong></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<h2 class="wp-block-heading" id="headline-12-26714">1.ตั้งเป้าหมายและวางแผนก่อนลงมือทำ</h2>



<h3 class="wp-block-heading">1.1 ตั้งเป้าหมายในการทำงาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนที่จะเริ่มต้นการทำงานทุกครั้งต้องตั้งเป้าหมายการทำงานล่วงหน้า เป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว การตั้งเป้าหมายจะช่วยให้การทำงานมีทิศทางที่จะมุ่งไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.2 วางแผนก่อนลงมือทำ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การวางแผนก่อนลงมือทำงานจะช่วยให้รู้ว่าต้องทำงานอะไรบ้าง การทำงานมีระเบียบไม่สับสน หากมีข้อผิดพลาดก็สามารถตรวจสอบได้ง่าย และแก้ปัญหาได้ตรงจุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งวางแผนการทำงานได้ดีมากเท่าไร ก็ยิ่งใช้เวลาน้อยและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.3 แบ่งงานใหญ่ออกเป็นงานย่อยที่สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">งานบางประเภทที่ใช้เวลามากและยากที่จะทำให้เสร็จในวันเดียว ก็ควรจะแบ่งงานนั้นออกเป็นงานย่อยๆ&nbsp; ซึ่งเมื่อทำเสร็จแต่ละงานย่อยๆ จะสามารถสังเกตเห็นก้าวหน้าได้ง่ายกว่า และเกิดกำลังใจในการทำงานชิ้นต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.4 จัดลำดับความสำคัญ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จัดเวลาให้กับภารกิจที่สำคัญที่สุดก่อน โดยใช้หลักของไอเซนฮาวร์ แมทริกซ์ (The Eisenhower Matrix) ซึ่งคิดค้นโดยไอเซนฮาวร์ อดีตประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐอเมริกา</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีการคือแบ่งตารางออกเป็นสี่ช่อง ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่องที่หนึ่ง</strong>&nbsp;คือ งานสำคัญและเร่งด่วน (Important and urgent) = เป็นงานสำคัญที่ต้องทำก่อนหากทำไม่เสร็จจะกระทบงานอื่นๆด้วย หรืองานที่ไม่ทำจะเกิดวิกฤตและเป็นปัญหาใหญ่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่องที่สอง</strong>&nbsp;คือ งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน (Important, but not urgent) = เป็นงานที่มีความสำคัญต่อชีวิตและมีผลต่อเป้าหมายอนาคต แต่ยังไม่มีความเร่งด่วน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น การวางแผนชีวิต วางแผนธุรกิจ การศึกษาด้านการลงทุน ซึ่งเป็นงานที่เราให้ความสำคัญแต่ยังไม่เร่งด่วนที่จะทำ มักเป็นงานที่ใช้เวลามากและเกี่ยวข้องกับเป้าหมายในระยะยาว เป็นงานที่ควรจะทำรองจากช่องที่หนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่องที่สาม</strong>&nbsp;คือ ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน (Urgent, but not important) = มักเป็นงานปลีกย่อยที่เข้ามาแทรกในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น โทรศัพท์ที่เข้ามา ตอบอีเมล อะไรที่ทำให้รู้สึกยุ่งโดยใช่เหตุ ควรมอบหมายให้คนอื่นทำแทนให้ถ้าทำได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่องที่สี่</strong>&nbsp;คือ ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน (Not important, not urgent) = งานที่ทำแล้วไม่เกิดผลอะไร เป็นสิ่งไม่จำเป็น ควรตัดทิ้งไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น การคุยโทรศัพท์ยาวนานแบบไม่มีเป้าหมาย การดูหนัง เล่นเกมส์ เป็นต้น }</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="661" src="https://etqymrkowgz.exactdn.com/wp-content/uploads/2023/01/Eisenhower-Matrix.png?resize=1000%2C661" alt="Eisenhower" class="wp-image-27563" title="4 ข้อต้องรู้! วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานง่ายๆ แต่ได้ผลดี 12"></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><em>Reference:</em></strong> https://gobemore.co</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.5 จดบันทึกรายการงานที่จะต้องทำในแต่ละวันเป็น To-do-list</h3>



<p class="wp-block-paragraph">To-do-list เป็นการบันทึกรายการของงาน แล้วเรียงลำดับสิ่งที่จะต้องทำในแต่ละวัน โดยให้งานที่สำคัญและเร่งด่วนเป็นอันดับต้นๆก่อน แล้วค่อยตามด้วยงานที่สำคัญรองลงมา</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.6 หลีกเลี่ยงการทำงานหลายอย่างในเวลาพร้อมกัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ให้พยายามทำงานให้จบเป็นอย่างๆ การทำงานทีละอย่างจะมีสมาธิจดจ่อและได้ผลงานดีกว่าทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">1.7 กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาเพื่อวัดความก้าวหน้า<br></h3>



<h3 class="wp-block-heading">1.8 ทำตามแผนการทำงานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทำตามแผนการที่วางไว้&nbsp; อาจมีการปรับแผนการได้บ้างถ้าจำเป็นและอย่ายอมแพ้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ที่สำคัญคืออย่าผลัดวันประกันพรุ่ง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<h2 class="wp-block-heading" id="headline-15-26714">2.มีสมาธิกับงาน</h2>



<h3 class="wp-block-heading">2.1 การสร้างสมาธิ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้างสมาธิในการทำงาน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ๆ ในการทำงานแทบจะทุกประเภท และการมีสมาธิก็ยังช่วยให้คนเราสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อาจใช้การทำสมาธิในช่วงสั้นๆก่อนเริ่มงานเพื่อทำให้จิตใจสงบพร้อมทำงานก็ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">2.2 จัดสภาวะแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พยายามจัดสถานที่ทำงานให้สงบ บรรยากาศผ่อนคลาย กำจัดสิ่งที่เข้ามารบกวนหรือขัดจังหวะในระหว่างการทำงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น เสียงแจ้งเตือนจาก social media ต่างๆ, เว็บไซต์ที่รบกวนสมาธิการทำงาน, เสียงโทรศัพท์, จำกัดการตอบอีเมลเฉพาะที่สำคัญเพื่อลดการใช้เวลามากเกินไปกับการตอบอีเมล</p>



<h3 class="wp-block-heading">2.3 ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งเพิ่มพูนความรู้งานที่ทำ ก็ยิ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การหาความรู้ใหม่ๆเราสามารถหาได้จากการสัมมนา ฝึกอบรม อ่านหนังสือ หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หรือสอบถาม พูดคุย ปรึกษากับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก็ได้เช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่เรามีความรู้มากขึ้นทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น มีทางเลือกในการแก้ปัญหามากขึ้น</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<h2 class="wp-block-heading" id="headline-38-26714">3.หมั่นดูแลสุขภาพกาย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สุขภาพกายเป็นส่วนสำคัญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดูแลสุขภาพกายให้ดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บย่อมส่งผลดีต่อการทำงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.1 กินอาหารดีมีประโยชน์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การกินอาหารดีมีประโยชน์ จะทำให้สุขภาพดี ปลอดโรค หากรับประทานอาหารไม่ดี เช่น อาหารที่มีสารปนเปื้อนอาหารขยะ ก็จะพลอยให้ร่างกาย เจ็บป่วยไปด้วย การรับประทานอาหารดีมีประโยชน์ จึงเป็นสิ่งที่จำ เป็น ต่อสุขภาพอย่างยิ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.2 พักผ่อนให้เพียงพอ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พยายามจัดระบบการนอนและตื่นให้เป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ จะทำให้สมองแจ่มใส พร้อมในการทำงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">3.3 การออกกำลังกาย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ตื่นตัว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<h2 class="wp-block-heading" id="headline-43-26714">4.ดูแลสุขภาพจิตให้ดี</h2>



<h3 class="wp-block-heading">4.1 ดูแลสุขภาพจิตตัวเอง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คนที่มีสุขภาพจิตดีจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข ทำงานได้เต็มตามศักยภาพ ถึงแม้ชีวิตจะเผชิญปัญหามาก ก็สามารถแก้ไขผ่านพ้นไปได้ด้วยดี</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.2 เรียนรู้วิธีเข้าใจอารมณ์ตัวเอง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ด้วยการฝึกสติเพื่อให้รู้สึกตัว รู้ว่าปัจจุบันตนเองมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร รู้ตัวว่าความกังวล ความเครียด ความกลัว มีสาเหตุจากอะไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.3 มีทักษะในการจัดการอารมณ์ตนเอง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเกิดความเครียดหรือความเศร้า สามารถปลุกปลอบให้กำลังใจตนเอง สร้างแรงจูงใจในการกระทำสิ่งต่างๆ สร้างความรู้สึกดีต่อตนเอง ให้อภัยตนเองได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.4 รู้จักวิธีผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หาวิธีการคลายความเครียดหลังเลิกงาน เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เล่นดนตรี ทำงานอดิเรก ศิลปะ หามุมสงบกับธรรมชาติเพื่อพักผ่อนจิตใจ</p>



<h3 class="wp-block-heading">4.5 สร้างวิธีคิดบวก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ฝีกมองโลกในแง่ดี ฝึกคิดหลายมุมมอง มีอารมณ์ขันและทักษะในการแก้ปัญหา ฝึกใจให้คุ้นเคยกับการยอมรับสิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงในชีวิต</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-default"/>



<h2 class="wp-block-heading" id="headline-63-26714">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเคล็ดลับ&nbsp;<strong>4 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน</strong>&nbsp;หากผู้อ่านเข้าใจแล้วนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอน &nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งนอกจากแนวทางปฏิบัติดังกล่าวแล้วยังมีแนวทางอื่นๆ ที่สามารถทำได้อีกหลากหลายรูปแบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายแล้วหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน คือ ความใส่ใจที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><em>Reference:</em></strong><br><a href="https://gobemore.co/the-eisenhower-matrix-prioritize-like-a-president/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Eisenhower Matrix</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
